ประวัติความเป็นมา

 

          ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในด้านของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและการขยายของตัวเมืองอันเป็นผลมาจากการสร้างโครงข่ายการคมนาคมและการพัฒนาด้านสาธารณูปโภค รวมทั้งความเจริญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ล้วนมีผลต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร การจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคจึงมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
        ตามวิถีชีวิตที่ดำเนินมาแต่ดั้งเดิมคนไทยจะซื้อสินค้าประเภทอาหารสดโดยเฉพาะอย่างยิ่งผักและผลไม้ในตลาดสดที่อยู่ใกล้ที่พักอาศัยและคุ้นเคย ผลผลิตประเภทผักผลไม้เหล่านี้มีระบบการจัดจำหน่ายโดยการลำเลียงจากแหล่งเพาะปลูกในชนบทผ่านพ่อค้าคนกลางไปยังตลาดค้าส่งในใจกลางกรุงเทพแล้วจึงกระจายออกไปยังตลาดสดขายปลีกทั้งในเมืองและชานกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
        ช่องทางการลำเลียงสินค้าดังกล่าวเกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย ตั้งแต่ความแออัดด้านการจราจรในกรุงเทพซึ่งเป็นต้นเหตุให้ค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้นทั้งในรูปของเวลาที่เสียไปและค่าเชื้อเพลิงของยานพาหนะผู้บริโภคต้องซื้อสินค้าที่มีราคาแพง เพราะกว่าสินค้าจะมาถึงตลาดสดขายปลีกต้องเสียค่าขนส่งหลายต่อทำให้สินค้า มีราคาสูง นอกจากนี้เกษตรกรไม่มีอำนาจการต่อรองราคาสินค้าเพราะตลาดถูกผูกขาดด้วยพ่อค้าคนกลาง


จุดเริ่มต้นของตลาดสี่มุมเมือง
          ในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งอยู่ในช่วงระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รัฐบาลได้กำหนดให้มีตลาดกลางสำหรับสินค้าเกษตรขึ้นในสี่ทิศชานเมืองของกรุงเทพฯ เรียกว่า “ตลาดกลางค้าส่งสี่มุมเมือง” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตัดพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรได้พบกับผู้ซื้อโดยตรง เปิดโอกาสในการแข่งขันอย่างเสรี โดยให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการภายใต้การสนับสนุนจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์


           ครั้งนั้น บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ได้รับเลือกจากกรมการค้าภายในให้ดำเนินการจัดตั้งตลาดกลางค้าส่งสี่มุมเมืองด้านทิศเหนือ หรือตลาดกลางค้าส่งสี่มุมเมือง(รังสิต) เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2526 ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 29 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี  ตลาดสี่มุมเมืองปัจจุบันนี้มีเนื้อที่กว่า 350 ไร่ ตำแหน่งที่ตั้งของตลาดอยู่ทำเลที่ดีเลิศ เพราะอยู่บนถนนสายหลักซึ่งเชื่อมกับจังหวัดต่างๆ ในภูมิภาคทั่วประเทศ การขนส่งสะดวกและประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตไปจำหน่ายได้โดยสะดวก อีกทั้งผู้ซื้อก็สามารถเข้าไปหาซื้อสินค้าทุกชนิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง